เมื่อ Coding กลายเป็นเครื่องมือฝึกทักษะอนาคต คำว่า “Coding” อาจจะดูเหมือนคำศัพท์ที่ซับซ้อน และเข้าใจกันในคนเฉพาะกลุ่ม แต่ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวัน การเรียนการเขียนโค้ด หรือ Coding จึงกลายเป็นกระบวนการที่จำเป็นต่อการพัฒนาทักษะของเด็ก ๆ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักการเขียนโค้ด (Coding) ว่า Coding คืออะไร และเหตุผลว่าทำไมเด็ก ๆ ต้องเรียนรู้กันครับ
Coding คืออะไร
ความหมายง่าย ๆ ของ Coding คือ การเขียนชุดคำสั่งเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน และคนที่เขียนชุดคำสั่งนั้น ๆ ก็จะเป็นโปรแกรมเมอร์ (Programmer) หรือ “นักเขียนโปรแกรม” นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าการเขียนโค้ด (Coding) จึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Application, Website, ระบบ IoT หรือการควบคุมหุ่นยนต์
print("Spark Coding Lab 🚀🚀")
Coding อย่างง่ายด้วยภาษา Python: สั่งให้คอมพิวเตอร์แสดงข้อความบนหน้าจอ
นอกจากนั้น ในปัจจุบันเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว กลุ่มนักเขียนโปรแกรมก็ต้องเรียนรู้ มองหาโอกาส และสร้างโปรแกรมต่าง ๆ มาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้โปรแกรมเมอร์กลายมาเป็นอาชีพที่มีความต้องการในตลาดสูง และเป็นอาชีพที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต
ทำไมเด็ก ๆ ต้องเรียน Coding?
เราอาจจะต้องเข้าใจก่อนว่าการเรียน Coding ไม่ได้เป็นเพียงการเรียนรู้ทักษะเพื่อการประกอบอาชีพมาเป็น Programmer เท่านั้น แต่เป็นการส่งเสริมทักษะกระบวนการคิด ทักษะดิจิทัล และทักษะในอนาคตสำหรับโลกในศตวรรษที่ 21 ตัวอย่างเช่น
1. พัฒนากระบวนการคิด
การ Coding เป็นกระบวนการที่จะพาผู้เรียนฝึกฝนกระบวนการคิดที่สำคัญ
- การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking): ผ่านการคิดวิเคราะห์ แยกย่อยปัญหาออกเป็นส่วน ๆ ตีความ และทำความเข้าใจปัญหาในมุมมองต่าง ๆ
- ทักษะการแก้ไขปัญหา (Problem Solving Skill): ผ่านการทำความเข้าใจปัญหา ออกแบบวิธีการ และลงมือแก้ไขปัญหา
- การคิดอย่างเป็นระบบ (Systematic Thinking): ผ่านการวางแผน และออกแบบวิธีการทำงานอย่างเป็นระบบ
- การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล (Logical Thinking): ผ่านการฝึกกระบวนการคิด และเงื่อนไขในการออกแบบระบบและการแก้ไขปัญหา
ทักษะที่ได้จากการ Coding ไม่ได้จำกัดเฉพาะการทำงาน หรือการทำโปรเจกต์ใหญ่ แต่หมายรวมถึงการแก้ไขปัญหาเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันได้ ผ่านการคิดวิเคราะห์แยกย่อยปัญหาที่พบ การจัดเรียงลำดับความสำคัญ โดยเฉพาะการลำดับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. พัฒนาทักษะดิจิทัล
กระบวนการ Coding จะพาเด็ก ๆ เรียนรู้…
- หลักการทำงานพื้นฐานของเทคโนโลยี
- เข้าใจกลไกการทำงานของโปรแกรม และแอปพลิเคชัน
- ใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีได้คล่องแคล่ว
- รู้จักใช้งานเทคโนโลยี ทั้งข้อดีและข้อจำกัด
- เท่าทันและรู้จักป้องกันภัยจากระบบดิจิทัล
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ชีวิตประจำวัน ตลอดจนการทำงานเกือบทุกสาขาอาชีพล้วนต้องใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีอยู่เสมอ โดยเฉพาะการใช้งานที่ต้องรู้จักการทำงาน การแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาหากอุปกรณ์เหล่านั้นมีปัญหา การส่งเสริมให้เด็ก ๆ มีพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องสำคัญและไม่ควรมองข้าม
3. พัฒนาทักษะอนาคต
ทักษะอนาคต คือทักษะที่จำเป็นสำหรับเยาวชนเพื่อให้สามารถเอาตัวรอดและมีชีวิตที่ปกติสุขได้ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยกระบวนการเรียนรู้ Coding สามารถส่งเสริมทักษะแห่งอนาคต ดังนี้
- ทักษะการสื่อสาร และทำงานเป็นทีม: Coding ฝึกให้เด็ก ๆ เรียนรู้ที่จะสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีม และสื่อสารในมุมมองของผู้ใช้งานโปรแกรมที่ตนเองได้สร้างสรรค์ขึ้น
- ความคิดสร้างสรรค์: การเขียนโค้ดนับได้ว่าเป็นผลงานชนิดหนึ่งไม่ต่างจากวรรณกรรม ภาพวาด หรือบทเพลง การ Coding ช่วยให้เด็ก ๆ สามารถแสดงศักยภาพของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่
- ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต: การ Coding นับได้ว่าเป็นกระบวนการจัดการความคิด และการเรียนรู้ของตนเองในรูปแบบหนึ่ง จำเป็นต้องมีการเรียนรู้เพื่อหาวิธีการในการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดอยู่เสมอ
ปัจจุบัน Coding ได้กลายเป็นทักษะที่สำคัญและเป็นที่ต้องการในหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์ การสร้างเว็บไซต์ หรือการพัฒนาแอปพลิเคชัน การเรียนรู้ Coding ไม่ใช่เรื่องยาก และถึงแม้ความสนใจของเด็ก ๆ และผู้ปกครองจะไม่ใช่สายเทคโนโลยี Coding ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเป็นกิจกรรมพัฒนาทักษะทางความคิด คล้ายกับการเล่น Puzzle นั่นเอง
เตรียมพร้อมสู่อนาคต
ในยุคที่โอกาสทางอาชีพเปลี่ยนแปลงรวดเร็วไปตามเทคโนโลยี ทักษะการ Coding จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างผลงานเพื่อแสดงฝีมือ สร้างตัวตนจากกระบวนการที่ช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ และสร้างผลงานของตัวเองได้อย่างเต็มที่
Coding ทำให้เด็กสร้างสรรค์ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ประเทศไทยได้บรรจุหลักสูตรที่มีเนื้อหาการ Coding ในชื่อวิชาวิทยาการคำนวณ มีการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยเนื้อหาแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ได้แก่
- การแก้ไขปัญหา (Problem Solving): มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ มีทักษะการแก้ไขปัญหาผ่านสื่อการเรียนการสอน และกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ
- การเขียนโปรแกรม (Coding): ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยีผ่านการเขียนโปรแกรม มุ่งเน้นสร้างสมรรถนะ (Competency) ด้วยการลงมือทำจริง ตั้งแต่การวิเคราะห์โจทย์ ลงมือทำ และปรับปรุงแก้ไขผลงาน
- ความรู้ความเข้าใจในโลกดิจิทัล (Digital Literacy): ปูพื้นฐานให้ผู้เรียนเข้าใจ และเท่าทันการใช้งานเทคโนโลยีของตนเอง โดยเฉพาะการรับมือกับภัยอันตรายจากโลกไซเบอร์ที่หลากหลายรูปแบบ
อยากให้ลูกได้ลองเรียน Coding แบบสนุก เข้าใจง่าย และได้ลงมือทำจริง?



